30 กรกฎาคม 2562 นาข้าว 7 พันไร่รอด กรมชลฯสูบน้ำช่วย

ที่มา: https://www.naewna.com/local/429582

ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักชลสิทธิ์ กรมชลประทาน กล่าวว่าเขื่อนป่าสักฯ ระบายน้ำท้ายเขื่อนวันละ 440,000 ลูกบาศก์เมตรเพื่อการอุปโภค-บริโภคและรักษาระบบนิเวศแก่พื้นที่ใช้น้ำของโครงการฯ เกือบ 20,000 ไร่ซึ่งครอบคลุมอำเภอแก่งคอย เสาไห้ เฉลิมพระเกียรติ บ้านหมอ วิหารแดง หนองแซง และอำเภอเมืองสระบุรี ต่อเนื่องจนถึงเขื่อนพระราม 6 อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขณะนี้ทุกพื้นที่ได้รับน้ำอย่างทั่วถึง แต่การระบายดังกล่าวนั้นงดเว้นน้ำเพื่อการเกษตรซึ่งจากการประชุมร่วมกับกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่โครงการ เกษตรกรให้ความร่วมมือในการชะลอการปลูกข้าวเพื่อรอฝนซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า จะตกอีกครั้งในต้นเดือนสิงหาคมนี้ มีบางพื้นที่ซึ่งเพาะปลูกไปแล้ว แต่เกษตรกรใช้วิธีหว่านแห้ง เมื่อฝนทิ้งช่วง เมล็ดที่หว่านไว้ไม่ได้รับความเสียหาย หากฝนตกต่อเนื่อง ต้นข้าวจะเติบโตตามปกติ สำหรับพื้นที่เหนือเขื่อนได้แก่ อำเภอโคกเจริญ โคกสำโรง และสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรีรวม 7,145 ไร่ซึ่งก่อนหน้านี้ข้าวที่ปลูกไปแล้วประสบภัยแล้งจนเสี่ยงจะเสียหาย อีกทั้งปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนมีน้อยทำให้ไหลเข้าระบบชลประทานไปหล่อเลี้ยงได้น้อยนั้น ขณะนี้ทางโครงการได้ขุดคลองชักน้ำแล้วเร่งสูบน้ำด้วยเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว 4 เครื่อง ส่งน้ำวันละ 48,000 ลูกบาศก์เมตรลงไปยังสระพักน้ำ 6 ลูกใน 3 อำเภอ จากนั้นเกษตรกรจะทอยสูบน้ำเป็นทอดๆ ต่อไปยังแปลงนา ขณะนี้ได้รับน้ำแล้วกว่า 5,000 ไร่ คาดว่าภายใน 2 วันนี้จะได้รับน้ำครบทุกพื้นที่ ช่วยให้ข้าวฟื้นตัวได้ ปีนี้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีน้ำไหลลงอ่างน้อยโดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 29 กรกฎาคม 2562 มีปริมาตร 760,000 ลูกบาศก์เมตร เมื่อเปรียบเทียบกับปี 58 ซึ่งเป็นปีที่ฝนน้อย ปีนั้นยังมีน้ำไหลลงอ่างมากกว่าคือ 89.26 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ปริมาตรน้ำเก็บกักในปี 58 ในช่วงเวลาเดียวกันนี้มี 34.91 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ปี 62 มี 36.78 ล้านลูกบาศก์เมตรเนื่องจากกรมชลประทานวางแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ อีกทั้งได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการใช้น้ำอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพสูงสุด